Ep.3 เข้าถึงธรรมจักรในกาย ปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้น


     เข้าถึงธรรมจักรในกาย

    บันทึกสภาวะธรรม
    แชร์จากประสบการณ์

     Ep.3

                  เข้าถึงธรรมจักรในกาย

             ปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้น

                                                 



บันทึกจากประสบการณ์จริง จากการที่ได้ปฏิบัติเจริญสติวิปัสสนากรรมฐานจนกระทั่งเข้าถึงธรรมและบรรลุธรรมเข้าธรรมชาติว่างเปล่าแล้วนั้น พอจะสรุปสภาวะธรรมตั้งแต่ เริ่มต้นจนกระทั่งเข้าถึงธรรมชาติ และเป็นองค์ธรรมชาติแล้วนั้นได้แบ่งสภาวะธรรมของการปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้น ทั้งหมดออกเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้
คือ Ep.1การเจริญสติปัญญา Ep.2ปล่อยวางนาม Ep3 เข้าถึงธรรมจักรในกาย Ep.4 เข้าสู่อธิศีล Ep.5เข้าสู่อธิสมาธิ Ep.6 เข้าสู่อธิปัญญา Ep.7 ปล่อยวางรูป E.p8 เข้าสู่ธรรมชาติ โพสต์นี้เป็นการนำเสนอEp.3


ในการปฏิบัติของฆราวาสบรรลุธรรมพิสูจน์ให้เห็นจริงแล้วว่าเป็น
ไปตาม สาระธรรมความว่า ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ คือวิญญูชนรู้ ได้เฉพาะตน ต้องปฏิบัติจริงจึงจะรู้
บันทึกประสบการณ์จริง ของฆราวาสบรรลุธรรม

จากการที่ได้ปฏิบัติต่อเนื่องในการเจริญสติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อความหลุดพ้น เริ่มต้นจากเจริญสติหรือเจริญสติปัญญามาแล้วในขั้นตอนแรก Ep.1และผ่านขั้นตอนที่ 2 Ep.2 คือปล่อยวางนามด้วยแล้ว โพสนี้เป็นขั้นตอนที่ 3 Ep.3 คือเข้าถึงธรรมจักรในกาย

ธรรมจักรในกายหมายถึง 

        ธรรมจักรในกายหมายถึงสภาวะธรรมว่างและมีศูนย์กลางความว่างเปล่าอุบัติขึ้นในกายและ มีการหมุนรอบเป็นวงกลมรอบๆศูนย์กลางความว่างเปล่านั้นตลอดเวลาของผู้ปฏิบัติธรรม และได้อุบัติขึ้นในกายด้วยการเจริญสติวิปัสสนากรรมฐานปล่อยวางทุกประการ
ลักษณะและทิศทางการหมุนของธรรมจักรในกาย 

       การทำงานของธรรมจักรในกายเหมือนการหมุนของวงล้อเกวียนที่
เดินหน้าเหมือนล้อของจักรยานล้อหน้า
             เมื่อธรรมจักรในกายหมุน และร่างกายอยู่กับที่ จึงส่งผล ต่อตัวผู้ปฏิบัติและผู้ปฏิบัติรับรู้ได้ว่า ทำให้ร่างกายตัวเองท่อนบนโยกไปข้างหน้าสุดตัวและหัวก้มไปข้างหน้าด้วยแรงเหวี่ยง และก้มหัวลงล่างด้วยแรงเหวี่ยง เป็นรัศมีวงกลมเช่นเดิมจากล่างดึงมาข้างหลังตามรัศมีวงกลมเดิม และจากข้างหลัง ก็หมุนเหวี่ยงตามรัศมีวงกลมเดิมนั้นขึ้นบน และจากข้างบน หมุนเหวี่ยงเป็นรัศมีวงกลมเดิม ดึงหัวไปข้างหน้าสุดตัวอีกเป็นเช่น นั้นติดต่อกันไป และหมุนแบบนี้อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆเป็นวงกลมในรัศมีคงที่ในช่วงแรกแล้วจะพัฒนาขึ้นตามสภาวะธรรมและ หมุนเป็นวงล้อ แนวตั้ง แบบวงล้อจักรยานหมุนเดินไปข้างหน้าตลอดเวลาและมีจุดศูนย์กลางคงที่อยู่ที่เดิมเนื่องจากจุดศูนย์กลางของวงล้ออยู่คงที่นี้แหละ เมื่อธรรมจักรในกายหมุนจึงทำให้ร่างกายช่วงลำตัวของผู้ปฏิบัติเกิดการหมุนตามที่กล่าวมาแล้ว แต่บุคคลภายนอกหรือบุคคลผู้ใกล้ชิดที่ยังไม่ได้สภาวะธรรมนี้จะมองเห็นอาการของผู้ปฏิบัติ ว่ามีอาการลำตัวโยกก้มลงและโยกขึ้นนั่นเอง
คุณสมบัติของธรรมจักรในกาย
            1 เมื่อธรรมจักรในกายได้เริ่มอุบัติขึ้นแล้ว เป็นสิ่งบ่งบอกหรือบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นได้สภาวะธรรมข้ามจากฝั่งของโลกียธรรมไปยังฝั่งของโลกุตระธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
            2 ผู้ได้สภาวธรรม ธรรมจักรในกาย เมื่ออุบัติขึ้นแล้ว ธรรมนี้จะไม่เสื่อม และจะเจริญ
ในธรรมยิ่งๆขึ้นไปตามลำดับ
            3 ธรรมจักรในกายจะหมุนตัดกรรม ตัดกิเลสตัดอวิชชา อย่างรวดเร็วแบบฉับพลันในทันที่ทันใด เมื่อสัมผัสพลังกรรมและจะตอบสนองเมื่อสัมผัสพลังกรรมและก็จะตอบสนองเป็นเช่นนี้อย่างต่อเนื่องและตลอดไป
            4 ธรรมจักรในกายหมุนเร็วหมายถึงสภาวะจิตตัดกรรมตัดกิเลสตัดอวิชชาได้มากหรือกรรมมามาก ธรรมจักรในกายหมุนช้าหมายถึงสถาวะจิตตัดกรรมตัดกิเลส ตัดอวิชชาได้น้อย หรือกรรมมาน้อยหรือกรรมมามากแต่ตัดได้น้อย เมื่อผู้ปฏิบัติบรรลุเข้าถึงธรรมจักรแล้วธรรมจักรในกายจะทำงานแปรผันตรงกันกับสถาวะธรรมที่เกิดขึ้นของผู้ปฏิบัติเสมอ
            5 ธรรมจักรในกายทำงานอิสระจากกายหยาบอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่ากายหยาบจะมีภาระกิจหรือกิจกรรมใดๆอยู่ เมื่อมีพลังกรรมสื่อมา หรือเมื่อสัมผัสพลังกรรม ธรรมจักรในกายจะทำงานทันทีแบบออโตเมติก โดยไม่สนใจว่ากายกรรมหรือกายหยาบกำลังทำอะไรอยู่
            6 ช่วงแรกเมื่อธรรมจักรในกายได้อุบัติขึ้น ในผู้ปฏิบัติที่ได้สภาวะธรรมเข้าสู่ อธิศีลแล้ว ธรรมจักรในกายจะหมุนตัดกรรมตัดกิเลสตัดอวิชชาตลอดเวลาเมื่อสัมผัสพลังกรรม
        7 ช่วงต่อมาเมื่อธรรมจักรในกายได้อุบัติขึ้นในผู้ปฏิบัติที่ได้สภาวะธรรมเข้าสู่ อธิสมาธิ ธรรมจักรในกายจะหมุนตัดกรรมตัดกิเลสตัดอวิชชาตลอดเวลาเมื่อสัมผัสพลังกรรม และธรรมจักรในกายยังทำหน้าที่เพิ่มเป็นต้นกำลังส่งบุญไปโปรดกรรมและประทานพรให้กับสรรพสัตว์ทั้งปวง
            8 ช่วงต่อๆมาเมื่อผู้ปฏิบัติเข้าสู่อธิปัญญา หรือเข้าสู่ธรรมชาติว่าง ได้แล้ว ผู้ปฏิบัติได้สภาวะธรรมเป็น องค์ธรรมชาติ หรือองค์บุญแล้วหรือปลอดกรรมแล้ว ธรรมจักรในกายจะทำหน้าที่เป็นต้นกำลังในการส่งบุญไปโปรดกรรมโปรดสรรพสัตว์หรือส่งพลังธรรมชาติพลังบุญฤทธิ์หรือส่งพลังบุญออกไปโปรดกรรมข้ามภพภูมิแก่สรรพสัตว์ทั้งปวง
        9 พลังธรรมจักรในกายขององค์ธรรมชาติหรือองค์บุญ ที่ส่งบุญไปโปรดกรรมโปรดสรรพสัตว์หรือส่งพลังธรรมชาติหรือพลังบุญฤทธิ์ออกไปโปรดสรรพสัตว์ทั้งปวงนั้นมีสามทางเรียกว่า พลังธรรมจักรฝ่าพระหัตถ์ พลังธรรมจักรฝ่าพระบาท และพลังรัศมีอุณาโลม
การเกิดธรรมจักรในกาย 

   ธรรมจักรในกาย จะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ปฏิบัติได้เจริญสติปัญญาปล่อยวางนาม 
ตามที่กล่าวมาแล้วใน Ep.2 ขั้นตอนนี้ให้ปฏิบัติต่อด้วยการเจริญสติวิปัสสนากรรมฐานจิตตั้งมั่นอยู่ในกาย ไม่ส่งจิตไปนอก ไม่เพ่ง ปล่อยวางกิเลส ตัดนันทิ ตัดฌาน ตัดนิวรณ์ 5 ตัดสังโยชน์เบื้องต้น และตัดอวิชชา ตัดกุศลจิต และอกุศลจิต ตัดการปรุงแต่ง นานานับประการเป็นการ                    ในการเจริญสติปัญญาอย่างต่อเนื่องนั้นในขณะเดียวกันก็จะมี อวิชชาและสรรพกรรมทั้งหลายที่กล่าวมาแล้วข้างต้นก็พยามเข้ามาอีกอย่างต่อเนื่องเช่นกัน และสภาวะจิตก็ไล่ตัดสิ่งเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เป็นการไล่ตัดแบบวิ่งรอบๆเป็นวงกลมแนวตั้ง ดังที่กล่าวมาแล้วในลักษณะและทิศทางการหมุนของธรรมจักรในกายข้างต้น จนกระทั่งเกิดเป็นศูนย์กลางความว่างเปล่า การที่หมุนรอบๆนั้นจะเป็นการหมุนติดต่อกันเป็นอย่างนี้ตลอดไปโดยไม่หยุด
 เป็นการไล่ตัดกรรมตัดกิเลส ตัดการปรุงแต่งตัดอวิชชาต่างๆนานานับประการที่พยามวิ่งเข้ามาหาใหม่อีก เป็นอย่างนี้ตลอดไปโดยไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งที่ตรงกลางเกิดเป็นศูนย์กลางของความว่างเปล่าที่มีเสถียรภาพขึ้นและหมุนรอบศูนย์กลางว่างนั้น เหมือนกับศูนย์กลางของ
พายุใต้ฝุ่นหมุน  
            ซึ่งพายุหมุนนั้นตรงกลางของพายุหรือตาของพายุนั้นจะว่างเปล่า แต่รอบๆศูนย์กลางของพายุหมุนนั้นจะมีความต่างศักดิ์ที่สูงกว่าจึงพยามวิ่งเข้าหาศูนย์กลางที่เป็นความว่างนั้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับ การเกิดธรรมจักรในกาย ที่มีสรรพกรรมสรรพอวิชชา พยามวิ่งเข้าหาศูนย์กลางที่ว่างเปล่านั้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เป็นเสมือนกงจักรหมุนรอบตัวเองและตัด กุศลกรรม อกุศลจิต ตัดการปรุงแต่งจิตนานานับประการ สภาวะธรรมที่ไล่ตัดกิเลสอย่างต่อเนื่องรอบๆศูนย์กลางความว่างเปล่าตลอดไปนี้ เรียกว่า "ธรรมจักรในกาย"หมุนตัดกิเลสหมุนตัดอวิชชาตัดกรรมตัดการปรุงแต่งทุกๆประการนั่นเอง
หรือกล่าวได้ว่า สภาวะจิตที่ปล่อยวาง ทางโลก ปล่อยวางนาม และไล่ตัดกรรมไล่ตัดอวิชชานานาประการ หยุดการปรุงแต่งที่กำลังเกิดขึ้น ไล่ตัดรอบๆศูนย์กลางความว่างเปล่า
มาอย่างต่อเนื่องนั่นส่งผลให้เกิด “ธรรมจักรในกาย”
ผู้ปฏิบัติใดๆเมื่อธรรมจักรในกายได้อุบัติขึ้นแล้ว ธรรมจักรในกายจะทำงานตลอดไป ตามที่กล่าวมาแล้ว โดยไม่หยุดนิ่งตัดกิเลสตัดอวิชชานานานับประการและตัดกรรมเก่าจนกระทั่งหมดสิ้น กรรมใหม่ก็ไม่เกิด เพราะดับการปรุงแต่งไปจบสิ้นแล้ว กรรมใดๆก็ไม่สามารถเข้ามาถึงผู้ปฏิบัติได้เพราะปฏิบัติว่าง ตลอดจนกระทั่งสภาวะธรรมมั่นคงและให้เข้าใจได้เลยว่าผู้ปฏิบัตินั้นๆข้ามจากฝั่งโลกีย์ธรรมหรือ ทางโลกไปสู่โลกุตระธรรมหรือทางธรรมขั้นต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หากผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติต่อไปอย่างต่อเนื่องจะเป็นการปฏิบัติเข้าสู่อธิศีลว่างแล้วต่อด้วย เข้าสู่อธิสมาธิ อธิปัญญา ปล่อยวางรูป เข้าสู่ธรรมชาติว่าง เป็นองค์ธรรมชาติ เป็นองค์บุญในที่สุด
ในพุทธศาสนา 

        ในศาสนาพุทธใช้ภาพธรรมจักรแปดซี่ เป็นสัญลักษณ์ คล้ายกับวงล้อเกวียนโดยมีซี่หรือกรรมของวงล้อทั้งแปดหมายถึงมรรค 8 คือหนทางสู่การดับทุกข์ประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ และมรรคองค์ 8 นี้ได้ ย่อลงมาเป็น อธิศีล อธิสามธิ อธิปัญญา นั่นเอง  ส่วนจักร แปลโดยทั่วไปว่า ล้อ ซึ่งในความหมายเชิงลึกคือ สิ่งที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนดำเนินไปได้

ขอให้ทุกๆท่านจงเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปทุกประการเทอญฯ

💢ฆราวาสบรรลุธรรม

ปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องเล่า : แรงบันดาลใจ เหตุณ์จูงใจให้เร่งปฏิบัติธรรม ปฏิบัติว่างเพื่อความหลุดพ้น

สาเหตุปัจจัยที่ผู้ปฏิบัติไม่เข้าถึงธรรมหลุดพ้น

สภาวะธรรม สัตตา สัตตานัง สติ จิต วิญญาน ปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้น