ปฏิบัติว่างคือการดับ มี 5 ระดับ หรือ นิโรจ 5 ปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้น

 

                                                                                                            

                                                                        ปฏิบัติว่าง

       ว่างคือการดับ กิเลส ดับ           อวิชชา ดับการปรุงแต่ง

                ทุกประการ

         มี 5 ระดับ  รือนิโรธ 5

            บันทึกสภาวะธรร

 แชร์จากประสบการณ์ 

ปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้น

              เข้าสู่ธรรมชาติ
 




   บันทึกจากประสบการณ์จริง จากการที่ได้เริ่มปฏิบัติเจริญสติวิปัสสนากรรมฐานจนกระทั่งเข้าถึงธรรมและบรรลุธรรมเข้าธรรมชาติว่างเปล่าแล้วนั้น

    สรุปโดยรวมแล้วสามารถจำแนกสภาวะธรรมทั้งหมดเป็นขั้นตอนตั้งแต่ เริ่มต้นเจริญสติวิปัสสนากรรมฐานจนกระทั่งจิตปล่อยวางทุกประการเข้าถึงธรรมชาติ และเป็นองค์ธรรมชาติแล้วนั้นและได้แบ่งสภาวะธรรมของการปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้น

ทั้งหมดออกเป็น 8 ขั้นตอนแล้วนั้น

คือ Ep.1การเจริญสติปัญญา Ep.2ปล่อยวางนาม Ep.3 เข้าถึงธรรมจักรในกาย Ep.4 เข้าสู่อธิศีล Ep.5เข้าสู่อธิสมาธิ Ep.6 เข้าสู่อธิปัญญา Ep.7 ปล่อยวางรูป Ep.8 เข้าสู่ธรรมชาติ โพสต์นี้เป็นการนำเสนอEp.8 เข้าสู่ธรรมชาติ ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้นก่อนหน้านี้

                                        

ปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้น คือการปฏิบัติเข้าถึงความว่าง หรือ ดับ กิเลส 
ดับอวิชชาดับการปรุงแต่งทุกประการ
ซึ่งมี 5 ระดับเป็นสภาวะธรรม ว่าง หรือ สภาวะธรรมดับ หรือว่างของ นิโรธ  5 




นิโรธ 5

 นิโรธ (อ่านว่า นิโรด) แปลว่า ความดับ (ทุกข์) คือความสำรอกออก, สลัดทิ้ง, ปลดปล่อย, ไม่มีเยื่อใยสมุทัยอันเป็นบ่อเกิดทุกข์ได้สิ้นเชิง หมายถึง การทำลายสมุทัยและดับสมุทัยคือตัวตัณหาให้สิ้นไปจนไม่เกิดขึ้นได้อีกเหมือนไฟที่สิ้นเชื้อ ด้วยอำนาจการดำเนินตามมรรคจนได้บรรลุมรรคนั้นๆ


นิโรธเป็นสภาวะ ธรรมของ

 อริยสัจ 4 มีดังนี้


ทุกข์--อะไรคือตัวทุกข์ หรือ ต้องรู้ว่าทุกข์คือตัวปัญหา(ขันธ์5)
สมุทัย--สาเหตุของปัญหามาจากอะไร และอะไรที่สมควรละหรือทิ้ง
หรือปล่อยวาง(ปฏิจจสมุปบาทสายเกิด)

นิโรธ--การแก้ปัญหาเพื่อให้หลุดพ้นจากทุกข์ และต้องแก้ให้ได้ หรือทำให้แจ้ง
(ปฏิจจสมุปบาทสายดับ)
มรรค--วิธีการแก้ปัญหา เป็นสิ่งที่ต้องเจริญสติวิปัสนาให้บรรลุผล
 คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ทางโลก คือ สมถะ
 หรือ อธิศีล อฺธิสมาธิ อธิปัญญา ทางโลกุตระ คือ วิปัสนา

นิโรธ 5 ได้แก่

  1. วิกขัมภนนิโรธ ดับด้วยข่มไว้ คือ การดับกิเลสของท่านผู้บำเพ็ญฌาน ถึงปฐมฌานขึ้นไป ย่อมข่มนิวรณ์ไว้ได้ ตลอดเวลาที่อยู่ในฌานนั้น
  2. ตทังคนิโรธ ดับด้วยองค์ธรรมนั้นๆ คือ ดับกิเลสด้วยธรรมที่เป็นคู่ปรับ หรือธรรมที่ตรงข้าม เช่น ดับสักกายทิฏฐิด้วยความรู้ที่กำหนดแยกรูปนามออกได้ เป็นการดับชั่วคราวในกรณีนั้นๆ
  3. สมุจเฉทนิโรธ ดับด้วยตัดขาด คือ ดับกิเลสเสร็จสิ้นเด็ดขาด ด้วยโลกุตตระมรรค ในขณะแห่งมรรคนั้น ชื่อ สมุจเฉทนิโรธ
  4. ปฏิปัสสัทธินิโรธ ดับด้วยสงบระงับ คือ อาศัยโลกุตตรมรรค ดับกิเลสเด็ดขาดไปแล้ว บรรลุโลกุตตรผล กิเลสเป็นอันสงบระงับไปหมดแล้ว ไม่ต้องขวนขวายเพื่อดับอีก ในขณะแห่งผลนั้น ชื่อ ปฏิปัสสัทธินิโรธ
  5. นิสสรณนิโรธ ดับด้วยสลัดออกได้ หรือดับด้วยปลอดโปร่งไป คือ ดับกิเลสเสร็จสิ้นแล้ว ดำรงอยู่ในภาวะที่ดับกิเลสแล้วนั้น ยั่งยืนตลอดไป ภาวะนั้นชื่อนิสสรณนิโรธ ได้แก่อมตธาตุ คือ นิพพาน
                                                                                                            
                                                                                           ที่มา  จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

                                                                                                     
      การปฏิบัติว่างเพื่อการหลุดพ้น       เกี่ยวข้องกับ อริยสัจจ 4 อย่างไร

        เมื่อมรรคคือวิธีการแก้ปัญหา       และ มรรคมีองค์ 8 
                        เมื่อย่อลงมาคือ 
 ทางโลกหรือ สมถะ ศีล สมาธิ ปัญญา  
      ทางโลกุตระ คือ วิปัสนา  อธิศีลว่าง  อฺธิสมาธิว่าง  อธิปัญญาว่าง

              

  สรุป..ปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้นคำว่า ว่าง คือ ใจสภาวะธรรมว่าง มี 5 ลักษณะ หรือ 5 ระดับ คือนิโรธ 5 นั้นเอง

      

อธิบายเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น และเป็นสภาวะธรรมของปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้นดังนี้

1.ว่างแบบชั่วคราว คือ วิกขัมภนนิโรธ ดับกิเลส ดับการปรุงแต่งด้วยฌาน หรือ ทรงการข่มไว้ แบบข่มจิตไว้ได้ ชั่วคราว
2.ว่างชั่วขณะคือ ตทังคนิโรธ ดับด้วยองค์ดับกิเลสนั้นได้ด้วยธรรมที่เป็นคู่ปรับ หรือธรรมที่ตรงข้าม ของกิเลสนั้นๆ ดับเฉพาะองค์ หรือ จิตสงบ เฉพาะอย่าง คือดับได้เป็นแบบชั่ว ครั้งคราว โดยใช้ศีล เป็นที่ตั้งนั่นเอง
3.ว่างช่วงเข้าสมาธิ คือ สมุจเฉทนิโรธ แบบเข้าสมาธิ คือดับการปรุงแต่งเฉพาะ ช่วงเข้าสมาธิ ด้วยโลกุตระมรรค
    4.ว่างปล่อยวางนาม ดับนาม คือ ปฏิปัสสัทธินิโรธ เป็น การหลุดพ้น โดยอาศัย โลกุตระมรรค ดับกิเลสเด็ดขาดไปสู่โลกุตระผล แต่ดับได้ ปล่อยวางได้เฉพาะนาม เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณเท่านั้น แต่ยังไม่ดับ หรือ ปล่อยวาง รูป ยังคงยึดติดรูปอยู่
5. ว่างหลุดพ้น คือ นิสสรณนิโรธ หลุดพ้นจากขันธ์ 5 ดับการปรุงแต่งทั้งปวง ดับนาม ปล่อยวางนามและปล่อยวางรูปได้สำเร็จเข้าสู่ธรรมชาติ หรือ สำเร็จด้วยโลกุตระผลสมบูรณ์ ทุกประการ เข้าสู่ นิพพาน
ในการปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้นด้วยการเจริญสติวิปัสสนากรรมฐานปล่อยวางนาม ดับการปรุงแต่ง ด้วยโลกุตระมรรค ดับว่างจนกระทั่งธรรมจักรในกายอุบัติขึ้นและพัฒนาความว่างนั้นให้เป็นเสถียรภาพยิ่งขึ้น
เข้าสู่ อธิศีล ว่าง เข้าสู่อธิสมาธิ ว่าง ช่วงอธิสมาธิ ว่างนั้น กายทิพย์จะแยกออกจากกายหยาบอย่างสิ้นเชิงแต่ยังซ่อนอยู่ในกายหยาบ หรือยังยึดติดกายหยาบด้วยสติปัญญา นั่นเอง
ต่อมาเข้าสู่อธิปัญญา หรือดับปัญญาทิ้งไปจะมี 2 ปรากฏการณ์เกิดขึ้น คือ จะเกิดการรู้แจ้งทางโลกุตระ และกายทิพย์ทิ้งกายหยาบอย่างสิ้นเชิง หรือ จะหลุดพ้นรูปอย่างสิ้นเชิง เป็นการทิ้งกายหยาบไปได้ แบบยั่งยืน หรือเป็นการหลุดพ้น เข้าสู่สุญญตา หรือเข้าสู่ธรรมชาติ เป็นองค์บุญ เป็นองค์ธรรมชาติ นั่นเอง.
พอจะสรุปได้ว่า..การปฏิบัติว่างหรือสภาวะธรรมว่างนั้น มี 5 ระดับตามที่กล่าวมาแล้ว สามารถแบ่งเป็น 2 ทาง ระดับ ที่ 1- ระดับที่ 3 คือทางโลก หรือ โลกีย์ธรรม หรือสมถะ และ ระดับที่ 4 - ระดับที่ 5 คือ ทางธรรม หรือ โลกกุตระธรรม หรือ วิปัสนา หรือ เจริญสติวิปัสนา หรือปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้นนั้นเอง


                                                                 
































                                                 
            ขอให้ทุกๆท่านจงเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปทุกประการเทอญฯ

💢ฆราวาสบรรลุธรรม

ปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ

เพจ:ธรรมะ ปฏิบัติรู้แจ้ง


                     




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องเล่า : แรงบันดาลใจ เหตุณ์จูงใจให้เร่งปฏิบัติธรรม ปฏิบัติว่างเพื่อความหลุดพ้น

สาเหตุปัจจัยที่ผู้ปฏิบัติไม่เข้าถึงธรรมหลุดพ้น

สภาวะธรรม สัตตา สัตตานัง สติ จิต วิญญาน ปฏิบัติว่างเพื่อหลุดพ้น